หลุดขอบ..ที่ข้าพเจ้าอยากจะสื่อความหมายในบทกวีมิใช่เพียงเนื้อหา
แต่นั้นอาจหมายถึงรูปร่างเค้าโครงของบทกวีด้วย
หลุดขอบ
ไฟสาดแสงส่องทางลงตรงกลางท้องถนน
เหล่าผู้ฅนต่างพากันไปที่ไหน
หนุ่มพาสาวแม่พาลูกจูงกันไป
แว่วเสียงตะโกนตอบมาแต่ไกล..จะเดินไปกับมวลชน
มวลชนคือมวลพลังที่ยิ่งใหญ่
เหตุอันใดจึงบากหน้ากันไปหรือ
ด้วยภาระและหน้าที่ประชาคือ
ต่างยึดถือ..ยึดมั่นในประชาธิปไตยใช่ระบอบเผด็จการ
มาวันนี้มาที่นี่มาเพื่อจะ
ปลดภาระหนี้สินของปัญหา
รัฐบาลเฮงซวยชุดนี้ได้กระทำมา
ให้ชาวประชาพาเดือนร้อนกันถ้วนหน้าทุกครัวเรือน
เสียงเพลงบรรเลงแว่วมาแต่ไกล
ปลุกหัวใจของมวลชนให้ฮึกเหิม
ล้มแล้วลุกลุกขึ้นสู้เหมือนอย่างเดิม
กำลังใจเติมเพิ่มเพื่อนสู่เพื่อนยืนเคียงข้างกันตลอดไป
มวลชนบอกมาว่า..ข้า..จะยืนหยัด
จะยืนชัดพวกขี้โกงเหล่ากังฉิน
จะกู่ร้องเรียกหาชาวประชาให้ได้ยิน
เหล่านกพิราบขาวจะโบยบินเต็มห้องท้องนภา
กระสุนปืนอาจทิ่มแทงทะลุหัวใจข้า
ตามใบหน้าข้าอาจเต็มด้วยรอยแผล
ถึงอย่างไรก็ตามเกอะข้าไม่แคร์
ไม่ยอมแพ้แม้เป็นผีเขลาเฝ้าอุดมการณ์
ตายเพียงหนึ่งอาจเกิดขึ้นอีกเป็นร้อย
ใบไม้น้อยยังร่วงลงแล้วเกิดใหม่
เป็นตัวตายตัวแทนข้าก็พอใจ
กลัวไปใยฅนอัปปรีย์ผีการเมือง
มาเถออะมามวลประชาข้าขอร้อง
มาตีฆ้องร้องเป่ามันให้เอือมระอา
เอาประชาธิปไตยของข้านั้นคืนมา
เอาความบ้าเผด็จการณ์ของมึงนั้นคืนไป
ฯลฯ
จขบ.อัพเอนทรีนี้ใกล้คุกเข้าไปทุกทีแล้ว ..ฐานปลุกระดมมวลชน
อนึ่งข้าเจ้าอยากออกความคิดเห็นว่า"ที่วัยรุ่นหรือใครก็ตามเขียนภาษาไทย
ที่ผิดเพี้ยนไปข้าพเจ้าไม่เคยมองว่าเป็นภาษาวิบัติ..ใจฅนเราต่างหากที่วิบัติ
ภาษาหรือคำทุกคำยอมมีคุณค่าและความหมายอยู่ในตัวมันเองเสมอ"
